โรคลีเจียนแนร์ “ไม่ใช่โรคใหม่” สามารถพบได้ประปราย ผ่านการหายใจรับเชื้อแบคทีเรีย

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงรายงานข่าวจากประเทศอาร์เจนตินาที่มีรายงานการระบาดของโรคลีเจียนแนร์

ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ พบว่า มีผู้ป่วยที่มีอาการปอดอักเสบ 11 ราย เป็นบุคลากรทางการแพทย์ 8 ราย และผู้ป่วย 3 ราย ระบาดในสถานพยาบาลแห่งหนึ่ง และในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย ซึ่งต่อมาผลตรวจทางห้องปฏิบัติการพบเชื้อแบคทีเรีย Legionella Pneumophila เป็นเชื้อก่อโรคลีเจียนแนร์ (Legionnaires’ Disease) พบได้ในแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีอุณหภูมิ 32 – 45 องศาเซลเซียสโรคลีเจียนแนร์ ไม่ใช่โรคใหม่ ในประเทศไทยสถานการณ์โรคลีเจียนแนร์ในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2556 – ปัจจุบัน พบผู้ป่วยสะสม 131 ราย เสียชีวิต 1 รายในปี 2563 พบผู้ป่วยรายล่าสุดเมื่อปี 2564 อายุเฉลี่ย 62 ปี (อายุต่ำสุด 23 ปี และอายุสูงสุด 85 ปี) ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเพศชายวัยกลางคนถึงสูงอายุ และเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย

โรคลีเจียนแนร์

โรคลีเจียนแนร์ สามารถติดต่อได้อย่างไรการติดต่อ-รับเชื้อ เกิดจากการหายใจเอาละอองฝอยของเหลว หรือละอองฝอยของน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าสู่ร่างกาย เช่น น้ำจากหอหล่อเย็น (Cooling Towers) ของระบบปรับอากาศ น้ำฝักบัวอาบน้ำ อ่างน้ำวน เครื่องช่วยหายใจ และน้ำพุประดับอาคาร สถานที่ต่าง ๆ รวมถึงสำลักน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ โดยเฉพาะผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้สูงอายุที่มีโรคเรื้อรัง หรือผู้สูบบุหรี่หนัก ทั้งนี้ยังไม่เคยพบการแพร่เชื้อจากคนสู่คนโรคลีเจียนแนร์ มีอาการอย่างไรอาการป่วยของโรคนี้จะแบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ อาการเบาไปจนถึงอาการหนัก โดยอาการเบาจะมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ คือ มีไข้ ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ ไอ คลื่นไส้อาเจียน เรียกว่า โรคไข้ปอนเตียก (Pontiac Fever) แต่หากติดเชื้อลงไปที่ปอด ทำให้ปอดอักเสบ มีไข้สูง ไอ หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย และอาจเป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิต จะเรียกว่าโรคลีเจียนแนร์